Skip directly to content

การวิจัยและพัฒนา








งานวิจัยและพัฒนา: ความมุ่งมั่นของไฟเซอร์

กว่า 160 ปี บริษัทไฟเซอร์ได้อุทิศตนให้กับการทำงานวิจัยและการพัฒนาเพื่อคิดค้นยารักษาโรคและวัคซีนที่ช่วยยืดอายุและช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์บนโลกใบนี้

ความมุ่งมั่นของไฟเซอร์ในการทำงานวิจัยและพัฒนาที่มีมานานกว่า 100 ปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลในวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่หล่อหลอมบริษัทของเรา แต่กระนั้นเราก็ยังตระหนักในความจริงที่ว่า การทำวิจัยและพัฒนานี้ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายแต่อย่างใด การทำวิจัยต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถ ตลอดจนความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้เห็นเป็นรูปธรรม สิ่งที่ท้าทายสำหรับเราคือการสร้างทางออกให้กับผู้ป่วยในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกของเรา ให้ได้รับยารักษาคุณภาพดีและวัคซีนป้องกันโรคอย่างถ้วนหน้า ซึ่งทางออกดังกล่าวจะต้องสร้างมูลค่าทั้งทางการค้าและทางสังคมให้กับบริษัทของเรา ตลอดจนเป็นทางออกที่ยั่งยืน และสามารถแก้ปัญหาได้ในระยะยาว

การคิดค้นตัวยาเพื่อเสริมสร้างสุขภาพเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนและมีระดับความเสี่ยงสูง มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมชีวเวชภัณฑ์ในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อคิดค้นตัวยารักษาโรคใหม่ ๆ นั้นสูงถึงประมาณ 59,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (หรือประมาณ 2,006,000 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับมูลค่ารวมในประเทศอื่น ๆ จากห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ จนถึงระดับโรงพยาบาลและร้านขายยาทั่วไป การคิดค้นยารักษาโรคใหม่ ๆ ตัวหนึ่งจะใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 12-15 ปี และงบประมาณถึง 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 44,200 ล้านบาท)

ในปีพ.ศ. 2555, ไฟเซอร์ได้ทุ่มเงิน 7.87 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 267,580 ล้านบาท) ในการทำวิจัยและพัฒนา ในปีพ.ศ. 2554 ไฟเซอร์ได้ใช้เงินกว่า 9 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 306,000 ล้านบาท) บาทในการทำวิจัยโดยไม่สามารถคาดคะเนได้ว่าเราจะสามารถคิดค้นยารักษาโรคตัวใหม่ที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้เมื่อไร สำหรับในอุตสาหกรรมนี้ เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปอยู่แล้วว่าบริษัทที่การทำวิจัยและพัฒนาเพื่อคิดค้นยารักษาโรคใหม่ ๆ นั้นมักจะประสบความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จ ดังที่เห็นได้ชัดในปีพ.ศ. 2549 ที่บริษัทไฟเซอร์ได้เลิกล้มการพัฒนายารักษาโรคหัวใจที่มีแนวโน้มว่าจะสำเร็จ แต่กลับล้มเหลวในการทดลองขั้นสุดท้าย หลังจากที่ไฟเซอร์ได้ลงทุนในงานวิจัยชิ้นนี้ไปกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 34,000 ล้านบาท)

ข้อเท็จจริงที่ควรทราบเกี่ยวกับการทำงานวิจัยและพัฒนายารักษาโรคและวัคซีน:
- วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอที่ถูกค้นพบโดย มร. โจนาส ซอล์ค ทำให้โรคโปลิโอหมดไปในหลายประเทศทั่วโลก
- แค่ 5 ใน 10,000 สารประกอบที่ทำการทดลองในงานวิจัยและพัฒนาเท่านั้นที่จะสามารถนำไปทดสอบได้กับมนุษย์ และเพียง 1 ใน 10,000 สารทดลองเหล่านี้ที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยสำหรับใช้ในผู้ป่วย
- ผลการวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ระบุว่า กว่าร้อยละ 75 ของการเพิ่มอายุขัยในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมามีผลมาจากนวัตกรรมทางยารักษาโรค
- ผลงานวิจัยที่แสดงในงานการประชุมสมาคมหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาประจำเดือนพฤศจิกายน ซึ่งร่วมจัดทำโดยนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำหลายท่านจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เซ้าเธิร์น แคลิฟอร์เนียและจากบริษัทไฟเซอร์ได้ระบุว่า ตัวยาที่ช่วยลดระดับไขมันร้ายในร่างกาย หรือ LDL สามารถช่วยชีวิตคนได้กว่า 40,000 ราย ช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคหัวใจได้กว่า 60,000 ราย และผู้ป่วยหัวใจวายได้กว่า 22,000 ราย
- ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2503 สถิติการเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ลดลงกว่าร้อยละ 50 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการมียารักษาโรคที่ดีกว่าในอดีต
- ในประเทศสหรัฐอเมริกา นวัตกรรมทางยารักษาโรคมีผลทำให้อัตราตายปรับอายุของผู้ป่วยโรคมะเร็งระหว่างปีพ.ศ. 2539 – 2549 ได้ลดลงถึงร้อยละ 27 อัตราการเพิ่มขึ้นของยาที่ใช้รักษาโรคมะเร็งนี้ส่งผลให้อัตรารอดปรับอายุในผู้ป่วยโรคมะเร็งในช่ว’ 6 เดือนแรกหลังการวินิจฉัย เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 50-60
- ในปีพ.ศ. 2554 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประกาศว่า การให้วัคซีนเป็น 1 ใน 10 ผลงานทางสาธารณสุขที่โดดเด่นในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น วัคซีน นิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต สามารถป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัสขั้นรุนแรงในผู้ป่วย 211,000 รายและช่วยชีวิตผู้ป่วยเป้นโรคดังกล่าวได้ 13,000 ราย
- องค์การอนามัยโลกได้ประกาศว่า การสร้างภูมิคุ้มกันโรคสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคคอตีบ โรคบาดทะยัก โรคไอกรนและโรคหัดได้กว่า 2.5 ล้านรายต่อปี

ศูนย์วิจัยและพัฒนาของไฟเซอร์เป็นศูนย์รวมของผู้เชี่ยวชาญระดับโลกทางด้านเวชศาสตร์และเวชภัณฑ์ ซึ่งในปัจจุบันไฟเซอร์มีศูนย์วิจัยและพัฒนา 10 แห่ง
ในประเทศสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ได้แก่
1. ศูนย์วิจัยไฟเซอร์ ที่เมือง ลา โจลลา ซานดิเอโก้ รัฐแคลิฟอร์เนีย
2. ศูนย์วิจัยไฟเซอร์ ที่เมือง คอฟ ซานดิเอโก้ รัฐแคลิฟอร์เนีย
3. ศูนย์วิจัยไฟเซอร์ ที่เมือง ริแนท์ ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย
4. ศูนย์วิจัยไฟเซอร์ ที่รัฐคอนเน็คติกัน
5. ศูนย์วิจัยไฟเซอร์ ที่เมือง เคมบรืดจ์ รัฐแมสซาชูเซ็ท
6. ศูนย์วิจัยไฟเซอร์ ที่เมือง แอนโดเว่อ รัฐแมสซาชูเซ็ท
7. ศูนย์วิจัยไฟเซอร์ ที่เมือง เซ็นท์ หลุยส์ รัฐมิซูริ
8. ศูนย์วิจัยไฟเซอร์ ที่เมือง เพริล ริเว่อร์ ในมหานครนิวยอร์ค
9. ศูนย์วิจัยไฟเซอร์ ที่เมือง แซนวิช ในสหราชอาณาจักร
10. ศูนย์วิจัยไฟเซอร์ ที่เมือง เคมบริจ ในสหราชอาณาจักร

นอกเหนือจากการทำวิจัยที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทั้ง 10 แห่งของเราแล้ว ไฟเซอร์ยังได้เสริมสร้างจุดแข็งทางด้านนวัตกรรมโดยการประสานงานกับองค์การทางเวชภัณฑ์ มูลนิธิทางสาธารณสุข และองค์กรวิจัยต่าง ๆ อีกด้วย