Skip directly to content

ประวัติความเป็นมา

ภูมิหลังของเรา การเดินทางข้ามศตวรรษ: วิวัฒนาการของไฟเซอร์ที่พลิกโฉมธุรกิจยาและเวชภัณฑ์  

ไฟเซอร์ กว่าจะเดินทางข้ามศตวรรษมาเป็นบริษัทยาที่คนรู้จักกันทั่วโลกนั้น มีทั้งเรื่องราวของความสำเร็จและอุปสรรค ตลอดจนบทเรียนราคาแพงที่มีคุณค่าในการพัฒนาไฟเซอร์ แต่สิ่งที่ยังคงไว้ท่ามกลางการหมุนไปของเวลาคือความมุ่งมั่นของบริษัทที่เน้นเรื่องการพัฒนา คุณภาพและการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างสุขภาพของคนบนโลกใบนี้ด้วยการคิดค้นตัวยารักษาโรคและการใช้นวัตกรรมอันล้ำสมัย จุดประสงค์ของเราคือการผลิตตัวยาที่มีคุณภาพดีที่สุดเพื่อรักษาและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ

ผลิตภัณฑ์ชิ้นเอกของไฟเซอร์ในปีที่บริษัทเริ่มก่อตั้ง คือซานโทนินเคลือบน้ำตาล ซึ่งใช้รักษาโรคพยาธิลำไส้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นของอุดมการณ์ในการพัฒนายารักษาโรคของไฟเซอร์ จากร้านขายยาเล็ก ๆ ในมหานครนิวยอร์ค ไฟเซอร์ในปัจจุบันได้กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสาขาในหลายประเทศทั่วโลก มีศูนย์วิจัยพัฒนาทั้งหมด 10 แห่ง และมีพนักงานที่ร่วมสืบทอดเจตนารมณ์ของไฟเซอร์กว่า 100,000 คนใน 6 ทวีปทั่วโลก

 

ภูมิหลังของเราตั้งแต่ปีพ.ศ. 2392 จนถึงปัจจุบันสรุปได้คร่าว ๆ ดังนี้

ในปีพ.ศ. 2392 ชาร์ล ไฟเซอร์และชาร์ล เออคาดซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันได้ก่อตั้งบริษัท ชาร์ล ไฟเซอร์แอนด์คอมพานีขึ้นที่เมืองบรู๊คลินในมหานครนิวยอร์ค จากเงินทุน $2,500 ที่หยิบยืมมาจากคุณพ่อของชาร์ล ไฟเซอร์ นักลงทุนทั้งสองกับบริษัทชาร์ล ไฟเซอร์แอนด์คอมพานีได้ก้าวเข้าสู่ธุรกิจเกี่ยวกับเคมีภัณฑ์อย่างเต็มตัว ออฟฟิตแห่งแรกของบริษัทเป็นเพียงแค่อาคารธรรมดาหลังหนึ่งที่สร้างด้วยอิฐสีแดงเท่านั้น แต่รวมประโยชน์ใช้สอยทั้งหมดเข้าด้วยกันตั้งแต่ ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ โรงงาน และคลังสินค้า

ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกคือซานโทนินเคลือบน้ำตาลที่มีรสชาติกลมกล่อม ซึ่งใช้รักษาโรคพยาธิลำไส้ที่แพร่ระบาดในประเทศสหรัฐอเมิรกาในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 (ประมาณปีพ.ศ. 2393) ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของนักลงทุนทั้งสอง ไฟเซอร์ซึ่งเป็นนักเคมี และเออคาด คนขายลูกกวาด ผลิตภัณฑ์ซานโทนินจึงมีรสชาติที่ลงตัวด้วยส่วนผสมของอัลมอนด์ ทอฟฟี่และมีรูปร่างคล้ายลูกกวาด ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวหลังออกสู่ท้องตลาดไม่นาน ก็นำความสำเร็จอันยิ่งใหญ่มาสู่ไฟเซอร์และเออคาด

พ.ศ. 2405
เป็นปีที่ไฟเซอร์ได้เริ่มทำการผลิตกรดปูนและทาทาร์ครีม ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารและเคมี

พ.ศ. 2442
เป็นปีที่ฉลองครบรอบ 50 ปีของบริษัท ซึ่งไฟเซอร์ได้กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “จุดมุ่งหมายของเรายังคงเหมือนเดิม นั่นก็คือ ความมุ่งมั่นในการสรรหาวิธีการผลิตให้ได้สินค้าคุณภาพดีที่สุด รวมถึงขั้นตอนต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งนี้เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า บริษัทของเราอยู่ได้เพราะชื่อเสียงและการยึดติดในมาตรฐานดังกล่าว ซึ่งถ้าเราหวังที่จะฉลองครบรอบบริษัทในอีก 50 ปีข้างหน้าอีกล่ะก็ สิ่งที่เราควรระลึกอยู่เสมอคือเรื่องของ คุณภาพ”

พ.ศ. 2471
อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่งได้ค้นพบคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรคจากเชื้อราเพนนิสซีลิน ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมประวัติศาสตร์ทางการแพทย์และอนาคตของไฟเซอร์ด้วยเช่นกัน การค้นพบตัวยาฆ่าเชื้อโรคที่เรียกว่า “เพนนิสซีลิน” นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแพทย์สมัยใหม่ ซึ่งสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้อีกนับล้านที่ป่วยเป็นโรคต่าง ๆ

พ.ศ. 2479
นายแพทย์ริชาร์ด พาสเตอร์แนค ได้คิดค้นวิธีผลิตวิตามินซีโดยปราศจากการหมัก ซึ่งหลังจากโรงงานแห่งใหม่ได้ถูกสร้างขึ้นพร้อมกับตารางการผลิตอย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงต่อวันไม่เว้นวันหยุด บริษัทไฟเซอร์ได้กลายเป็นผู้นำการผลิตวิตามินซีของโลก

สืบเนื่องมาจากความสำเร็จดังกล่าว ในปีพ.ศ. 2481 ไฟเซอร์ได้ทำการผลิตวิตามินบี 2 หรือไรโบเฟลวิน และท้ายที่สุดได้คิดค้นการผลิตวิตามินรวม ซึ่งผนวกคุณสมบัติของไรโบฟลาวิน ไธอามิน ไนอาซินและธาตุเหล็กเข้าด้วยกัน จากวิตามินบี 2 ไฟเซอร์ได้ขยายฐานการผลิตอย่างต่อเนื่องซึ่งรวมถึงวิตามินเอด้วย จนกระทั่งช่วงประมาณปีพ.ศ. 2490 ไฟเซอร์ได้กลายเป็นผู้นำการผลิตวิตามินอย่างแท้จริง

พ.ศ. 2485
ไฟเซอร์ได้กลายเป็นบริษัทแรกที่สามารถผลิตยาเพนนิสซีลินได้เป็นจำนวนมาก ยานี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ยาวิเศษ” ซึ่งความต้องการยาตัวนี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้นมากเสียจนประธานาธิบดีรูซีเวลท์ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกคำสั่งให้การเร่งผลิตยาเพนนิสซิลินเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำเป็นอันดับแรกของประเทศ

พ.ศ. 2494
ไฟเซฮร์มีการขยายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ อาทิ เบลเยี่ยม บราซิล แคนาดา คิวบา อังกฤษ เม็กซิโก ปานามาและปัวร์โต ริโก้

พ.ศ. 2498
โรงงานหมักได้เปิดตัวขึ้นในประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นแหล่งวิจัยและพัฒนาที่สำคัญมากต่อการผลิตยาของไฟเซฮร์ในสหราชอาณาจักร

พ.ศ. 2510
ไฟเซอร์ได้วางจำหน่ายยาฆ่าสารพัดเชื้อที่มีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรค ซึ่งยาดังกล่าวได้กลายเป็นยาที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุด

พ.ศ. 2515
ไฟเซอร์สร้างห้องทดลองจุลชีววิทยาขึ้นในประเทศญี่ปุ่นสำหรับการทำวิจัยเกี่ยวกับดิน

พ.ศ. 2519
เป็นปีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาฉลองครบรอบ 200 ปีแห่งการก่อตั้งประเทศ ไฟเซอร์ในขณะเดียวกันก็ได้ฉลองครบรอบ 125 ปีและได้ออกวางจำหน่ายยาระงับความดันโลหิตสูง

พ.ศ. 2527
ไฟเซอร์วางจำหน่ายยารักษาโรคเบาหวาน

พ.ศ. 2529
ไฟเซอร์วางจำหน่ายยาฆ่าเชื้อแบบฉีด

พ.ศ. 2532
ไฟเซอร์วางจำหน่ายยารักษาอาการลำคออักเสบและความดันโลหิตสูง ซึ่งใช้หนึ่งครั้งต่อวันเท่านั้น

พ.ศ. 2536
โครงการแชร์ริ่ง เดอะ แคร์ของไฟเซอร์ได้เปิดตัวขึ้น โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการบริจาคยารักษาโรคจากบริษัทต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ ซึ่งจะถูกนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยที่มีรายได้ต่ำและไม่มีประกันสุขภาพทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา

พ.ศ. 2540
นิตยสารฟอร์จูนได้ขนานนามให้ไฟเซฮร์เป็นบริษัทยาที่น่าชื่นชมที่สุดของโลกติดกันเป็นเวลา 2 ปีจวบจน พ.ศ. 2541

พ.ศ. 2541
ไฟเซอร์ได้คิดค้นตัวยาพิเศษชื่อ ซิลเอดนาฟิล ไซเตรดได้สำเร็จ ซึ่งยาตัวนี้มีคุณสมบัติในการรักษาภาวะองคชาติไม่แข็งตัว

พ.ศ. 2542
ไฟเซอร์ฉลองครบรอบ 150 ปีแห่งการเป็นบริษัทยาที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นิตยสารฟอร์บส์ได้ขนานนามไฟเซอร์ให้เป็น “สุดยอดบริษัทแห่งปี” จากผลงานความสำเร็จทางด้านการคิดค้นและผลิตตัวยาใหม่ ๆ ไฟเซอร์ได้ผลักดันประสิทธิภาพในการคิดค้นตัวยาใหม่ ๆ ด้วยการเปิดศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการคิดค้นยาขึ้นในตำบลเคมบริดจ์ มลรัฐแมสซาชูเส็ท ซึ่งมีการลงทุนทางด้านวิจัยและพัฒนามูลค่ากว่า 4,000 ล้านเหรียสหรัฐ (ประมาณ 140,000 ล้านบาท)

พ.ศ. 2543
บริษัทไฟเซอร์และบริษัทวอร์นอร์-แลมเบิร์ทได้รวมตัวกันกลายเป็นบริษัทยาที่มีอัตราเจริญเติบโตสูงที่สุดในโลก ไฟเซอร์ได้เปิดตัวตึกที่สูงที่สุดในโลก ณ ศูนย์วิจัยเมืองโกรตอน มลรัฐคอนเนคติคัท เพื่ออุทิศให้กับการคิดค้นตัวยาสำคัญใหม่ ๆ เพื่อมนุษย์และสัตว์โลก

พ.ศ. 2544
ไฟเซอร์วางจำหน่ายตัวยากลุ่มใหม่เพื่อใช้ในการบำบัดโรคจิตเภท

พ.ศ. 2545
ไฟเซอร์ได้กลายเป็นบริษัทยาแห่งแรกของสหรัฐและเป็นบริษัทที่มีรายชื่ออยู่ใน 10 อันดับแรกของตลาดหุ้นนิวยอร์ก ที่ได้เข้าร่วมโครงการโกลบอล คอมแพคของสหประชาชาติ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นเครือข่ายระดับสากลที่สนับสนุนแนวคิดในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร โดยการสร้างความร่วมมือกันระหว่างองค์กรในหลายระดับ อาทิ บริษัท ตัวแทนสหประชาชาติ องค์การสาธารณประโยชน์ สหภาพแรงงาน และองค์กรทางการศึกษา มร. แฮงค์ แมคคินเนล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทไฟเซอร์ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับโครงการ โกลบอล เฮลธ์ เฟลโล่ส์ (เพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์) ณ การประชุมโรคเอดส์ระดับชาติ ประเทศบาเซโลน่า โครงการดังกล่าวเป็นการเชิญชวนให้บริษัทที่ร่วมงานกับไฟเซอร์เป็นอาสาสมัครระยะเวลา 6 เดือนในประเทศกำลังพัฒนาที่ได้มีการจัดทำโครงการโรคเอดส์ขึ้น และในปี 2546 อาสาสมัครจำนวน 18 คนได้ถูกส่งตัวไปยังประเทศต่าง ๆ เพื่อเข้าร่วมโครงการดังกล่าว

พ.ศ. 2546
ไฟเซอร์ได้ลงทุนกว่า 7,100 ล้านเหรียญสหรัฐในเรื่องของการวิจัยพัฒนา ในเดือนเมษายน 2546 ไฟเซอร์และฟาร์มาเซีย คอร์เปอเรชั่นได้รวมระบบปฏิบัติการเข้าด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการ รวมตัวกันของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีการเจริญเติบโตและความล้ำสมัยสูงที่สุด ไฟเซอร์ได้วางจำหน่ายตัวยารักษาโรคจำเพาะที่ใช้ในการบำบัดไมเกรน ไฟเซอร์ฉลองครบรอบ 10 ปีโครงการบริจาคยารักษาโรคแชร์ริ่ง เดอะ แคร์

พ.ศ. 2547
ไฟเซอร์ได้วางจำหน่ายตัวยาที่รวมการบำบัดโรคความดันโลหิตสูงและคลอเรสเตอรอลสูงไว้ในเม็ดเดียวกัน ไฟเซอร์ได้จัดทำโครงการ “ไฟเซอร์รู้รอบตอบได้” ซึ่งเป็นโครงการที่เพิ่มการแจกจ่ายยาให้ประชาชน ทำให้ประชากรอเมริกันที่ไม่มีประกันสุขภาพกว่า 45 ล้านคนได้รับยาของไฟเซอร์ฟรี หรือในราคาที่ถูกมาก

พ.ศ. 2548
ไฟเซอร์ได้วางจำหน่ายตัวยาตัวแรกที่ใช้ในการบำบัดโรคปวดประสาท 2 ชนิดที่สืบเนื่องมาจากโรคเบาหวานและโรคลมบ้าหมู

พ.ศ. 2549
ไฟเซอร์วางจำหน่ายตัวยาสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งตับระยะลุกลามและเนื้องอกในลำไส้ ไฟเซอร์ได้วางจำหน่ายตัวยาที่ใช้ยับยั้งการติดเชื้อจากเชื้อราแคนดิด้า ซึ่งเป็นเชื้อราที่มีลักษณะคล้ายยีสต์ ที่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรงในผู้ป่วยที่พักฟื้นในโรงพยาบาลหรือในผู้ป่วยที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ไฟเซอร์ได้วางจำหน่ายตัวยาที่ช่วยผู้ใหญ่หยุดการสูบบุหรี่

พ.ศ. 2550
ไฟเซอร์ได้จัดทำโครงการต่อต้านโรคมาลาเรียขึ้น ซึ่งเป็นโครงการระยะยาวตั้งแต่ปีพ.ศ. 2550-2555 ที่ช่วยต่อต้านการแพร่ระบาดของโรคมาลาเรียในประเทศแอฟริกา โครงการดังกล่าวได้เปิดตัวครั้งแรกในงาน คลินตัน โกลบอล ไอนิเชียทีฟปี 2549 ซึ่งใช้เงินทุนประมาณ 15 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 495 ล้านบาท) จัดทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาช่องว่างระหว่างการรักษาพยาบาลและการศึกษาเกี่ยวกับโรคมาลาเรียในประเทศกาน่า เซเนกาล และเคนย่า

พ.ศ. 2551
ไฟเซอร์ได้จัดทำโครงการโกลบอล รีเจนเนอเรทีฟ เมดิซิน ยูนิต (เวชศาสตร์ฟื้นฟูระดับนานาชาติ) ขึ้นโดยอุทิศโครงการนี้ให้กับการวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อคิดค้นและพัฒนาเวชภัณฑ์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อมตัวใหม่ที่สามารถป้องกันสภาวะทุพลภาพ เสริมสร้างเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพและยับยั้งโรคเสื่อมตามอวัยวะต่าง ๆ ไฟเซอร์ได้ทำข้อตกลงกับบริษัทเมดิเวชั่นในการคิดค้นยาที่ใช้ในการวิจัยสำหรับบำบัดโรคอัลไซเมอร์และโรคฮันทิงทั่น

พ.ศ. 2552
ในวันที่ 15 ตุลาคม2552 ไฟเซอร์ได้ซื้อบริษัทเวยธ์ ซึ่งทำให้สินค้าและผลิตภัณฑ์เพื่อการบำบัดของไฟเซอร์ที่จำเป็นต่อผู้ป่วยและลูกค้ารายอื่น ๆ มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไฟเซอร์ได้ให้กำเนิดบริษัทวิจัยทางชีวเวชศาสตร์อีก 2 แห่งคือ 1. สถาบันวิจัยและพัฒนาเวชภัณฑ์เพื่อการบำบัด ซึ่งมุ่งเน้นเกี่ยวกับการคิดค้นโมเลกุลขนาดเล็กและวิธีบำบัดที่เกี่ยวข้อง 2. สถาบันวิจัยและพัฒนาชีวบำบัด ซึ่งเน้นการวิจัยเกี่ยวกับโมเลกุลขนาดใหญ่ รวมถึงวัคซีน

พ.ศ. 2553
ไฟเซอร์ได้สร้างศูนย์การวิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ขึ้นคือ “ศูนย์วิจัยพัฒนาระหว่างประเทศไฟเซอร์” ซึ่งครอบคลุมการวิจัยและพัฒนาโมเลกุลขนาดเล็ก โมเลกุลขนาดใหญ่และวัคซีน

พ.ศ. 2554
ไฟเซอร์ได้วางจำหน่ายตัวยาที่ใช้ในการบำบัดมะเร็งปอด