Skip directly to content

ภาวะ กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (OAB)







ภาวะ กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (OAB) พบมากในเพศหญิง ในทุกช่วงอายุ แต่จะพบมากในช่วงอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป มีการวิจัยพบว่า เพศหญิง 1 ใน 4 คนจะเป็นภาวะ OAB ส่วนผู้ชายเป็นเพียง 1 ใน 9

สาเหตุ
สาเหตุส่วนใหญ่ของโรคยังไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าเกิดจากระบบประสาทที่บริเวณ กล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะ ทำงานผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้อบีบตัวบ่อยและไวกว่ากำหนด โดยยังมีปริมาณปัสสาวะไม่มากพอที่ จะทำให้รู้สึก ปวดปัสสาวะ อีกสาเหตุคือ พบร่วมกับการอักเสบติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ , หมดประจำเดือน และ โรคทางระบบประสาทบางชนิด นอกจากนี้การตั้งท้อง การคลอดบุตร ก็สามารถทำให้กล้ามเนื้อ ได้รับความ กระทบกระเทือน กล้ามเนื้อยืดตัวหรือลดความแข็งแรงลง ซึ่งอาจส่งผลให้เป็นโรคนี้ได้

ลักษณะอาการที่พบบ่อย - ปัสสาวะบ่อย (Frequency) หมายถึง ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ มากกว่า 8 ครั้งต่อวันรวมทั้งต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยๆจนรบกวนการนอนหลับปกติ
- ปัสสาวะรีบ (urgency ) หมายถึง เวลาปวดปัสสาวะจะรู้สึกปวดอย่างรุนแรงและต้องรีบเข้าห้องน้ำอย่างเร่งด่วน เพราะทนกลั้นปัสสาวะไม่ได้และน้อยครั้งที่จะกลั้นอยู่
- ปัสสาวะราด (Urge incontinence) หมายถึง มีปัสสาวะเล็ดออกทางท่อปัสสาวะ โดยมีอาการปวดอย่างรุนแรงนำมาก่อน ไม่สามารถควบคุมไว้ได้ ไปถ่ายปัสสาวะไม่ทัน

ผลกระทบของภาวะ OAB
ภาวะ OAB (กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน) ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจนทั้งต่อทางร่างกายและจิตใจ คือ ติดเชื้อง่ายเพราะชื้นแฉะ ผลกระทบในการเข้าสังคม หลีกเลี่ยงสังคม ไม่กล้าออกไปพบใคร ผลกระทบในการทำงาน ทำงานไม่ต่อเนื่อง ผลกระทบต่อในการเดินทาง กังวลในการหาห้องน้ำระหว่างเดินทาง ผลกระทบต่อการนอน เพราะต้องลุกไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน เกิดความอาย ความกังวล อยู่บ้านตลอดเวลา หรือ ซึมเศร้าตลอดเวลาเนื่องจากโรคดังกล่าว

การรักษา
คนส่วนใหญ่จัดการกับอาการที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองเพราะนึกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือเรื่องที่สำคัญแต่อย่างใด ซึ่งเป็นเหตุให้เกิด ปัญหาที่ส่งผลกระทบด้านต่างๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น วิธีรักษาพอสังเขปมีดังนี้
1. รักษาด้วยพฤติกรรมบำบัด
- การควบคุมปริมาณน้ำที่ดื่ม รวมทั้งควบคุมอาหาร ที่มีน้ำปริมาณมาก และสารบางอย่างที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ
- กำหนดเวลาปัสสาวะและ ยืดเวลาในการปัสสาวะออกไป ให้เหมาะสมไม่ให้บ่อยหรือนานเกินไป จะทำให้อาการปัสสาวะราด ปัสสาวะรีบ หายได้
- การฝึกกล้ามเนื้อตรงกระดูกเชิงกราน
2. การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า
แบบที่ 1 โดยหลักการคล้ายกับการฝึกกล้ามเนื้อแต่ใช้กระแสไฟฟ้ามาช่วย ผลการรักษาดีขึ้น ร้อยละ 10 – 84
แบบที่ 2 การใช้ไฟฟ้ากระตุ้นที่เส้นประสาทซาคราล ( Sacral nerve stimulation) จะช่วยลดการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะลง การรักษาโดยวิธีนี้ต้องมีการผ่าตัดฝังเครื่องชนิดถาวร (อยู่ได้ 5 ปี) การรักษาวิธีนี้ราคาแพงและอยู่ในขั้นวิจัย
3. การผ่าตัด
ไม่เป็นที่นิยมมากนัก เนื่องจาก มีผลแทรกซ้อนมาก
4. การใช้ยา
ในปัจจุบันทางการแพทย์ได้ค้นพบยาที่มีผลข้างเคียงน้อยและประสิทธิภาพดี การพบแพทย์เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย ดังนั้นท่านที่ต้องการปรึกษารายละเอียดที่เกี่ยวกับโรคนี้ สามารถพบแพทย์ได้ทั้งศัลยแพทย์ ระบบปัสสาวะ ( Urologist) และ สูตินารีแพทย์ (Gynecologist) ตามโรงพยาบาลและคลีนิคทั่วไป