Skip directly to content

ความปวด







ความปวด โดยทั่วไปหมายถึง ความรู้สึกที่ทำให้เกิดความไม่สุขสบาย อาจเกิดที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกาย ซึ่งเป็นผลจากหลายสาเหตุ เช่น จากโรคที่เป็นอยู่ จากการผ่าตัด หรือจากอุบัติเหตุ

อาการ

• อาการปวดเฉียบพลัน
คืออาการปวดที่เกิดขึ้นทันที อาจเป็นอาการปวดที่สาหัสหรือรุนแรง และเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด การทำฟัน หรือบาดเจ็บ ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณที่ได้รับความบาดเจ็บถูกทำลาย หรือเกิดจากกลไกตามธรรมชาติ ของร่างกายเพื่อป้องกันตนเองจากอันตรายภายนอก เช่น ความร้อน ของแหลมคม อาการปวดนี้มักเกิดขึ้น ชั่วคราวอาการปวดอาจทำให้เกิดความทุกข์ทนมาน และกระทบกระเทือนต่อการดำรงชีวิตประจำวัน แพทย์สามารถวินิจฉัย และให้การรักษาที่เหมาะสม ที่สุดตามสาเหตุของอาการปวดนั้นๆได้ ในบางครั้ง การละเลย ที่จะรักษาอาการปวด อาจทำให้กลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง

• อาการปวดเรื้อรัง
คืออาการปวดที่เป็นอยู่นานกว่า 6 เดือน เช่น ปวดหลัง ปวดคอ ปวดศีรษะ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย และมีความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะบั่นทอนสุขภาพ ทำให้เกิดความเครียด หงุดหงิด และซึมเศร้าแล้ว ยังเป็นอุปสรรคในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิตประจำวันอีกด้วย

• อาการปวดเรื้อรัง
คืออาการปวดที่เป็นอยู่นานกว่า 6 เดือน เช่น ปวดหลัง ปวดคอ ปวดศีรษะ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย และมีความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะบั่นทอนสุขภาพ ทำให้เกิดความเครียด หงุดหงิด และซึมเศร้าแล้ว ยังเป็นอุปสรรคในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิตประจำวันอีกด้วย

• อาการปวดทางเส้นประสาท
เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท เช่น อาการปวดที่เกิดภายหลังการเป็นงูสวัดหรือเริม หรือเกิดร่วมกับโรคของเส้นประสาทอื่นๆ อาการปวดนี้มักเป็น อาการปวดเรื้อรัง ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความทุกข์ทรมาน และมีผลต่อการดำรงชีวิตประจำวัน อาการปวดทางเส้นประสาทยังสามารถแบ่งเป็นหลายประเภท ตามสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการปวด ยกตัวอย่างเช่น

ปวดภายหลังงูสวัด : มักมีอาการปวดแสบร้อนตลอดเวลา ร่วมกับปวดแปลบเหมือนถูกไฟช็อตเป็นพักๆ ตามแนวที่เคยเป็นผื่นงูสวัด

ปวดจากรากประสาทถูกกดทับ : มักมีอาการปวดร้าวจากหลังหรือบั้นเอวลงไปที่สะโพกและน่อง ตามลำดับ โดยมีอาการมากขึ้นเมื่อนั่งนานๆ หรือยกของหนัก ซึ่งมักเกิดจากการกดทับของหมอนรองกระดูก ปวดเพราะเส้นประสาทเสื่อมจากเบาหวาน : ผู้ป่วยมักเป็นโรคเบาหวานมานานและอาจควบคุมโรคได้ไม่ดี ทำให้ปลายประสาทเสื่อมลงช้าๆ ทำให้เกิดอาการปวดคล้ายเป็นเหน็บชา

จะทราบได้อย่างไร ว่าเป็นอาการปวดจากเส้นประสาท
ลักษณะที่จะช่วยบ่งบอกถึงอาการปวดทางเส้นประสาท มีดังนี้

• มีอาการปวดทั้งๆ ที่ไม่มีบาดแผล
• เกิดอาการปวดหลังจากที่บาดแผลหายไปแล้วระยะหนึ่ง
• เกิดอาการปวดโดยสิ่งที่ปกติไม่ก่อให้เกิดอาการปวด เช่น ถูกสัมผัสเบาๆ หรือเกิดอาการปวดมากกว่าคนปกติ โดยสิ่งที่ปกติก่อให้เกิดอาการปวด
• อาการปวดเกิดขึ้นเองเป็นพักๆ และมีการปวดหลายรูปแบบร่วมกัน รูปแบบของอาการปวดทางเส้นประสาท ที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดแปลบเหมือนถูกไฟช็อต ปวดแสบร้อนตลอดเวลา ปวดเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง ปวดเหมือนเป็นเหน็บชา

ซึ่งอาการปวดนี้อาจเกิดขึ้นได้เอง หรือเกิดภายหลังมีสิ่งมากระตุ้นก็ได้ ในผู้ป่วยรายเดียวกัน อาจมีอาการปวดหลายแบบร่วมกัน

การรักษา
การรักษาอาการปวดเรื้อรัง
นอกจากการวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว ตัวผู้ป่วยเองก็มีบทบาทสำคัญที่จะทำให้การรักษาได้ผลเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการเรียนรู้ถึงสาเหตุของอาการปวดเรื้อรัง แล้วหาวิธีหลีกเลี่ยง หรือทำให้ทุเลาลง ด้วยการมีกิจกรรมที่เหมาะสม

1. การรักษาสุขภาพร่างกาย
o สังเกตว่ากิจกรรมใดบ้างที่ทำให้เกิดอาการปวด หลีกเลี่ยงไปใช้กิจกรรมใดแทนได้ และหายปวดด้วยวิธีใดได้บ้าง
o วัดความสามารถพื้นฐานของร่างกาย เช่น นั่ง เดิน หรือทำงานได้นานเท่าไร จึงเกิดอาการปวดจนทนไม่ไหว
o เพิ่มความสามารถของร่างกายทีละน้อย ตามคำแนะนำของแพทย์
o ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยท่าเพื่อลดอาการปวด หรือเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทั่วไปของร่างกาย
o ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ควรใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อ หรือเปลี่ยนแปลงขนาดยาด้วยตนเอง

2. การดูแลด้านจิตใจ
o เริ่มต้นการรักษาอย่างจริงจัง และติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ
o เปิดเผยความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆที่เกิดจากอาการปวดเรื้อรัง ให้ผู้ใกล้ชิดได้รับรู้และเข้าใจ สภาพอารมณ์ของท่าน
o ทำความเข้าใจกับสมาชิกในครอบครัว ผู้ร่วมงาน และหัวหน้า ว่างานหรือกิจกรรมใดที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อเกิด อาการปวดตามที่แพทย์แนะนำ
o ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยท่าเพื่อลดอาการปวด หรือเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทั่วไปของร่างกาย
o วางแผนร่วมกับผู้ใกล้ชิด หรือสมาชิกในครอบครัว ว่าทำอย่างไรจึงจะกลับไปดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข มั่นใจ และมีประสิทธิภาพมากที่สุด แม้ว่าอาการปวดยังไม่หมดสิ้นไป ซึ่งอาจจะต้องมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงลักษณะงานบ้างเพื่อความเหมาะสม

การรักษาอาการปวดทางเส้นประสาท แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ
1. การรักษาด้วยยา เป็นการรักษาหลัก ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักใช้ระยะเวลานานในการรักษา แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและเลือกใช้ยาที่เหมาะสมกับอาการปวดแต่ละชนิด ในผู้ป่วยแต่ละราย
2. การรักษาอื่นๆที่ไม่ใช้ยา เช่นการฝังเข็ม การฉีดยาชาเฉพาะที่ การกระตุ้นผิวหนังด้วยไฟฟ้า ฯลฯ