Skip directly to content

“ค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชน ครั้งที่ 6”

“ค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชน ครั้งที่ 6”

มูลนิธิไฟเซอร์ฯ และ มูลนิธิศุภนิมิตฯ จัด “ค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชน ครั้งที่ 6” ตอน “ทะเลสวยด้วยมือเยาวชน” ณ จังหวัดตรัง
 
- เน้นพัฒนาภาวะผู้นำ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและถิ่นฐานบ้านเกิด
- มูลนิธิไฟเซอร์ฯ มอบงบสนับสนุน 80,000 บาท ส่งเสริมโครงการโรงเรียนรักษ์สิ่งแวดล้อม
- เต็งหนึ่ง – กฤษณกันท์ มณีผกาพันธ์ นักแสดงชื่อดัง ร่วมทำกิจกรรมและให้กำลังใจแก่เยาวชน
 


 
ตรัง (20 พ.ค. 54) – มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จัด “ค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชน ครั้งที่ 6” ภายใต้ธีม “ทะเลสวยด้วยมือเยาวชน” ระหว่างวันที่ 20 ถึง 22 พฤษภาคม 2554 ณ หาดปากเมง อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง เพื่อส่งเสริมภาวะความเป็นผู้นำ พัฒนาทักษะชีวิตและสังคม และปลูกฝังความรู้รักษ์ในสิ่งแวดล้อมและท้องถิ่นของตน โดยมีนักเรียนกว่า 80 คน จาก 8 โรงเรียน ในจังหวัดพังงา ซึ่งด้อยโอกาสและส่วนหนึ่งได้รับความสูญเสียจากเหตุการณ์วิบัติภัยคลื่นยักษ์สึนามิในปี 2549 ร่วมกิจกรรม 

กิจกรรมในครั้งนี้ มีวิทยากรรับเชิญพิเศษ คือ เต็งหนึ่ง – กฤษณกันท์ มณีผกาพันธ์ ดารานักแสดงชื่อดัง ที่มาร่วมกิจกรรมและเป็นกำลังใจให้น้องๆ เยาวชน นอกจากนี้ยังมีทีมคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มาร่วมจัดกิจกรรมให้ความรู้  เรื่องการอนุรักษ์ทะเลอย่างยั่งยืนอีกด้วย

นางอนุตรา สินชัยพานิช กรรมการบริหาร มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย กล่าวว่า “สำหรับจุดเด่นของกิจกรรมค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชนในปีนี้ คือ การปลูกฝังให้เด็กๆ มีความรู้รักษ์ในสิ่งแวดล้อมและท้องถิ่นของตน กล่าวคือน้องๆ เยาวชนจะได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ภายใต้ธีมงาน ‘ทะเลสวยด้วยมือเยาวชน’ โดยกิจกรรมจะช่วยส่งเสริมให้เด็กๆ เข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติแวดล้อมทางทะเล นอกเหนือจากนี้ เยาวชนของเรายังจะได้ร่วมกันปลูกหญ้าทะเล และปล่อยสัตว์น้ำคืนชีวิตสู่ธรรมชาติ ซึ่งมี เต็งหนึ่ง – กฤษณกันท์ มณีผกาพันธ์ มาร่วมเป็นแขกพิเศษและร่วมกิจกรรม ให้กำลังใจแก่ผู้นำเยาวชนของเราอีกด้วย” 

“มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย และมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันจัด ‘ค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชน’ ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 6 ที่ทางมูลนิธิฯ ได้จัดกิจกรรมดีๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแรงผลักดัน ส่งเสริมให้เด็กๆ ได้พัฒนาภาวะความเป็นผู้นำ และมีทักษะและประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ที่ทางมูลนิธิฯ มุ่งเน้นสร้างให้เกิดในหมู่เยาวชนมาโดยตลอด” คุณอนุตรากล่าวเสริมคุณจิตรา ธรรมบริสุทธิ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “เราขอขอบคุณมูลนิธิไฟเซอร์แห่งประเทศไทยที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมค่ายฯ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 6 ปี กิจกรรมค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชนของเรา มีจุดเริ่มต้นมาจากความตั้งใจอันดีของทั้งสองมูลนิธิ เพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านย่านยาว 
และโรงเรียนเทศบาลบ้านศรีตะกั่วป่า ในปี 2549 ซึ่งได้รับความ-เดือดร้อนจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิมากที่สุด และต่อมามีการขยายไปอีก 6 โรงเรียนในเขตพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อช่วยเหลือเด็กยากไร้และด้อยโอกาสอีกด้วย ซึ่งจากกิจกรรมในทุกๆ ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นเด็กๆ มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความเป็นผู้นำและทักษะในการดำเนินชีวิตในสังคม พร้อมที่จะก้าวไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต” 

คุณอนุตรา กล่าวเสริมว่า “นอกจากกิจกรรมให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว เด็กๆ ยังจะได้ฝึกฝนทักษะการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม และการลงมือปฏิบัติจริง จากการร่วมกันคิดทำแผนงานโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของตน โดยมูลนิธิไฟเซอร์ฯ ได้ให้การสนับสนุนโครงการโรงเรียนรักษ์สิ่งแวดล้อมที่แต่ละโรงเรียนวางแผนไว้เป็นจำนวนเงินรวม 80,000 บาท โดยจัดสรรให้โรงเรียนละ 10,000 บาท รวมทั้งสิ้น 8 โรงเรียน เพื่อนำไปปฏิบัติจริงในท้องถิ่นของตน เพื่อช่วยส่งเสริมการนำความรู้ที่ได้รับกลับไปพัฒนาชุมชนของตนเองตามจุดมุ่งหมายของโครงการ และที่สำคัญที่สุดคือเรา ‘อยากปลูกฝังให้เยาวชน  ทุกคน รู้จักการให้ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น และรู้จักตอบแทนสังคม’ สมดังเจตนารมณ์ของมูลนิธิไฟเซอร์ ประเทศไทย” คุณอนุตรา กล่าวสรุป เด็กนักเรียนกว่า 80 คนที่เข้าร่วมในกิจกรรม ‘ค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชน ครั้งที่ 6’ เป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 ในจังหวัดพังงา รวมทั้งสิ้น 8 โรง ได้แก่ ร.ร.เทศบาล-  บ้านศรีตะกั่วป่า ร.ร.เทศบาลบ้านย่านยาว ร.ร.ตะกั่วป่าคีรีเขต ร.ร.ตะกั่วป่าเสนานุกูล ร.ร.บ้านน้ำเค็ม  ร.ร.ราชประชานุเคราะห์ ร.ร.อนุบาลนิลุบล และวิทยาลัยการอาชีพตะกั่วป่า ซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนที่ มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทยให้การอุปการะ ภายใต้การดูแลของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
 
กิจกรรม “ค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชน” จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2549 เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ประสบภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิในปี พ.ศ. 2547 และเด็กด้อยโอกาสในจังหวัดพังงา โดยมูลนิธิไฟเซอร์ฯ บริจาคเงินจำนวน 900,000 บาทต่อปี ให้กับมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพื่อใช้ในการสนับสนุนการศึกษาและดูแลสุขอนามัยของเด็กๆ ในโครงการ ถึงปัจจุบันมูลนิธิไฟเซอร์ฯ บริจาคเงินแล้วกว่า 5.4 ล้านบาท นับเป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจของมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย ในการให้ความร่วมมือกับชุมชนในท้องถิ่นของประเทศไทย สนับสนุนกิจกรรมการกุศล การศึกษาในด้านวิทยาศาสตร์ และการดูแลสุขภาพ
 
“มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย”
มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย เป็นองค์กรการกุศลอิสระที่ไม่หวังผลกำไร ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 โดย บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีจุดมุ่งหมายในการร่วมมือกันกับชุมชนเพื่อสนับสนุน ด้านการศึกษาโดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่และสังคมให้ดีขึ้น
นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิ เมื่อเดือนธันวาคม 2547 บริษัทไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และมูลนิธิไฟเซอร์ฯ ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ด้วยการบริจาคเวชภัณฑ์ ร่วมมือกับภาครัฐเพื่อจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรรัฐในการจัดประชุมทางวิชาการเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ป่วย และให้ทุนสนับสนุนด้านการศึกษากับเยาวชนและเด็กยากไร้ในจังหวัดพังงาที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ต่อมาในปี 2549 คณะกรรมการบริหารมูลนิธิไฟเซอร์ฯ ได้เล็งเห็นว่าการสนับสนุนด้านการศึกษาจำเป็นต้องมีอย่างต่อเนื่อง จึงได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ริเริ่มโครงการสนับสนุนทุนการศึกษาและกิจกรรมเสริมทักษะนอกห้องเรียนให้กับเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ รวมทั้งขยายโอกาสไปยังเด็กและเยาวชนในพื้นที่เดียวกันที่ด้อยโอกาส จำนวน 100 คน
 
“มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย”
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรคริสเตียนสาธารณกุศลเพื่อการพัฒนา มุ่งเน้นการช่วยเหลือเด็กและครอบครัวผู้ยากไร้ด้อยโอกาสโดยไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนา โดยมุ่งเน้นให้เด็กและครอบครัวในพื้นที่เป้าหมายอยู่ดีมีสุข และดำเนินชีวิตเพื่อการพัฒนาไปสู่การพึ่งตนเองที่ยั่งยืน มูลนิธิศุภนิมิตฯ ดำเนินงาน ให้ความช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพของเด็ก ครอบครัวและชุมชน ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2517 โดยมุ่งเน้นความสำคัญของการให้โอกาสในการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กคือเป้าหมายที่สำคัญในกระบวนการ พัฒนา ที่จะส่งผลไปสู่ครอบครัวเด็กและชุมชน