Skip directly to content

ไฟเซอร์-สมาคมเพื่อการพัฒนาประชากรและชุมชน : โครงการปาท่องโก๋

ไฟเซอร์-สมาคมเพื่อการพัฒนาประชากรและชุมชน : โครงการปาท่องโก๋


เพื่อการให้ความร่วมมือกับสมาคมเพื่อการพัฒนาประชากรและชุมชนนั้น มูลนิธิไฟเซอร์ และ มูลนิธิไฟเซอร์แห่งประเทศไทยได้บุกเบิก และพัฒนาโครงการสินเชื่อเงินกู้ส่วนย่อยสำหรับประชากรที่อยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอดส์/เอ็ชไอวี ด้วยเงินจำนวน 12 ล้านบาท (300,000 เหรียญสหรัฐ) โครงการได้จัดตั้งกองทุนขึ้นสำหรับศุนย์ 11 แห่งในพื้นที่ชนบททางภาคเหนือ, ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ของประเทศไทย โดยให้โอกาสผู้ที่มีสุขภาพดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้ร่วมมือกับผู้ป่วย เพื่อกู้มาลงทุนในโครงการสร้างสรรค์ต่างๆ โดยไม่เสียดอกเบี้ย แต่ละกลุ่มจะมีสมาชิก 2 คนที่ตกลงจะทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อสนับสนุนซึ่งกันและกัน และสามารถเลือกได้ว่าจะลงทุนร่วมกันหรือแยกคนละกิจกรรมทางธุรกิจ หุ้นส่วนจะสามารถเลือกตามความถนัดและโอกาสที่อำนวย เช่นกิจกรรมการผลิตรูปภาพและกรอบรูป การปรุงอาหารในครัวเรือน การเลี้ยงไก่และสุกร การหล่อเทียน ร้านรับจ้างซักรีด ร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ต์ การนำสิ่งของเข้ากระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ และการเพาะเลี้ยงเห็ด โดยจะเน้นในกิจกรรมที่จะได้ผลเร็ว มีต้นทุนต่ำ และเป็นที่ยอมรับในชุมชน ตัวอย่างที่ 1: ไฟเซอร์-สมาคมเพื่อการพัฒนาประชากรและชุมชน โครงการส่งเสริมร่วมมือ: 
สินเชื่อเงินกู้ส่วนย่อย ในจังหวัดขอนแก่น ”ชีวิตของฉันเคยอยู่อย่างไร้ค่าและหมดหวังในอนาคต เมื่อมีกิจกรรมร่วมกลุ่ม เราสามารถแบ่งปันความรู้สึกและปลอบโยนซึ่งกันและกัน ตอนนี้เรารู้สึกดีที่มีเพื่อนมาร่วมประกอบอาชีพ เราเห็นโอกาสที่จะทำคอมพิวเตอร์กราฟฟิค โดยนำภาพเก่ามาตกแต่งให้ดูเหมือนใหม่ เราใช้วิธีหาลูกค้าตามหมู่บ้านต่างๆ ที่มีรูปของครอบครัว ปกติภาพต้นฉบับจะอยู่ในสภาพที่เก่าแก่เป็นสีขาวดำ หรือขาดแหว่งจากการไม่ดูแลรักษา เราก็ได้นำมาซ่อมตามที่ลูกค้าต้องการ บางคนก็อยากแต่งสีเสื้อผ้าให้สดใส บางคนก็ต้องการอย่างสมบูรณ์แบบ เค้าจะถูกใจมาก เราเริ่มมีรายได้คงที่แล้ว และเราเชื่อว่างานที่ได้รับจะสามารถช่วยชำระเงินกู้ได้หมดภายในอีกไม่กี่เดือน งานนี้ทำให้เรารู้สึกมีความสามารถและมีอนาคต มันได้นำ”ชีวิต”เรากลับคืนมา ” นิดกล่าว. ตัวอย่างที่ 2: ไฟเซอร์-สมาคมเพื่อการพัฒนาประชากรและชุมชน โครงการส่งเสริมร่วมมือ: สินเชื่อเงินกู้ส่วนย่อย ในจังหวัดมหาสารคาม ”ผมได้คุ้นเคยกับผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์/เอ็ชไอวี เมื่อก่อนรู้สึกเหมือนอนาคตไม่มีความหมายสำหรับผม ตั้งแต่ผมได้เริ่มโครงการ่วมกับคุณยายของผมที่เลี้ยงดูสุกร ผมรู้สึกว่ายังมีชีวิตอื่นๆที่ยังต้องพึ่งพาผม ผมต้องให้อาหาร และอาบน้ำให้สุกร และยังต้องคอยดูแลสุขภาพของมัน พวกมันยังต้องอาศัยผม ทุกวันนี้ชีวิตผมมีค่ามากขึ้น ผมเพียงอยากจะบอกขอบคุณทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือและให้โอกาสเรา” โจกล่าว.