Skip directly to content

โรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และจิตใจ จึงพบว่าผู้ป่วยบางรายอาจมีความเชื่อที่ไม่ถูกต้องว่า อาการเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และจะดีขึ้นเอง หรืออาจมีความละอาย ที่จะยอมรับว่าตนหรือสมาชิก ในครอบครัว มีปัญหาทางจิตใจที่จำเป็นต้องได้รับการบำบัดอย่างเร่งด่วน ผลลัพธ์ก็คือ อาการของโรคทวีความ รุนแรงขึ้น จนทำให้การรักษาได้ผลช้า และใช้เวลานานกว่าจะหาย หรืออาการอาจรุนแรง ถึงขั้นฆ่าตัวตาย เพื่อหนี ไปจากความทุกข์ทรมานที่เผชิญอยู่

อาการ
ความรู้สึกหดหู่ชั่วครั้งชั่วคราว กับโรคซึมเศร้า จะมีอาการใกล้เคียงกันมาก ระดับของอาการซึมเศร้าต่อไปนี้ จะทำให้แยกความแตกต่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

1. ซึมเศร้าชั่วคราว
เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราว เนื่องจากการพลัดพราก การสูญเสีย หรือความผิดหวัง ซึ่งผู้ที่มีอาการจะรู้ว่าเกิดจากสาเหตุใด โดยปกติอาการเหล่านี้จะบรรเทาลงเมื่อเวลาผ่านไป หรือเมื่อได้รับการปลอบโยนจากผู้อื่น แต่ถ้าอาการซึมเศร้ายังคงมีมากผิดปกติ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อขอรับคำแนะนำ

2.ซึมเศร้าปานกลาง ผู้ป่วยจะรู้สึกหดหู่ ท้อแท้ ไม่อยากยุ่งเกี่ยว หรือพบปะสังสรรค์กับผู้อื่น และถึงแม้จะยังฝืนทำงานได้ แต่ก็ทำอย่างไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่ ในกรณีนี้ ผู้ที่อยู่ใหล้ชิดอาจไม่คิดว่าเขากำลังป่วย ทั้งๆที่ความจริงแล้ว ผู้ป่วยต้องการความช่วยเหลือ และควรได้รับการรักษาจากแพทย์

3.ซึมเศร้าขั้นรุนแรง
ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะรู้สึกไม่มีความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป เพราะหมดสิ้นแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง ความรู้สึกนี้จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งไม่สามารถทำงาน หรือสมาคมกับผู้อื่นได้ ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้คิดหรือลงมือฆ่าตัวตาย

การสังเกตอาการของโรคซึมเศร้า
หากมีอาการต่อไปนี้ อย่างน้อย 5 ข้อ เป็นเวลานาน ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ขึ้นไป ควรพบและปรึกษาแพทย์

  1. ซึมเศร้า รู้สึกหมดหวัง หมดกำลังใจ
  2. รู้สึกเบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลดลงมากกว่าร้อยละ 5 ใน 1 เดือน
  3. นอนไม่หลับ หรือนอนมากกว่าปกติ
  4. รู้สึกกังวล กระสับกระส่าย กระวนกระวาย
  5. รู้สึกเบื่อ หรือสนใจน้อยลง ในกิจกรรมที่เคยโปรดปราน
  6. มองโลกในแง่ร้าย หงุดหงิด รำคาญ อารมณ์เสียง่ายกับ ผู้คนรอบข้าง
  7. ความต้องการทางเพศลดลง
  8. อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง
  9. รู้สึกตนเองล้มเหลว ไร้ค่า หรือรู้สึกผิด
  10. สมาธิลด ความจำไม่ดี
  11. มีอาการเหมือนป่วยทางกายเรื้อรัง โดยหาสาเหตุไม่พบ เช่น ปวดศีรษะ ปวดเรื้อรังตามที่ต่างๆ
  12. คิดอยากตาย หรือพยายามฆ่าตัวตาย

การรักษา
ขั้นตอนการฟื้นฟู และรักษาจิตใจ ต้องทำเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากการเรียนรู้ที่จะดูแลเอาใจใส่ตนเองก่อน สร้างความรู้สึกที่ดีต่ดตนเอง ทำให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ในผู้ป่วยที่มีอาการมาก ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และอาจต้องรับประทานยาร่วมด้วย ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางใจที่สามารถรักษาให้หายได้

การดูแลเอาใจใส่ตนเอง
การทำกิจกรรมที่เพลิดเพลิน เช่น ออกกำลังกาย หรือทำงานอดิเรก พยายามอย่าอยู่ตามลำพัง การพูดคุย ระบายความทุกข์ใจกับคนใกล้ชิด มักได้รับคำปลอบใจ การฝึกวิธีคิดที่จะช่วยให้ดีขึ้น และที่สำคัญ ไม่ควรตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิต จนกว่าอาการจะดีขึ้น

พบและปรึกษาแพทย์
จิตแพทย์ตามสถานพยาบาลต่างๆ สามารถให้คำปรึกษา หรือวางแผนการรักษาร่วมกับผู้ป่วยได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้อาการเป็นปกติได้เร็วยิ่งขึ้น บางกรณี การรับคำปรึกษาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องมีการรับประทานยาต่อต้านอาการซึมเศร้าควบคู่กันไปด้วย เพื่อช่วยให้อาการดีขึ้น ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาวิธีที่เหมาะสม

แหล่งให้ความช่วยเหลืออื่นๆ
โทรศัพท์สายด่วน หรือรายการวิทยุ ที่รับปรึกษาปัญกาต่างๆ จะช่วยเป็นที่ระบาย หรือให้คำแนะนำ เพื่อช่วยยับยั้งความรู้สึกรุนแรง หรืออารมณ์ชั่ววูบต่างๆได้