Skip directly to content

โครงการ “ปาท่องโก๋” ณ จังหวัดเชียงราย

โครงการ “ปาท่องโก๋” ณ จังหวัดเชียงราย

มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (หรือ PDA) เชิญตัวแทนสื่อมวลชน ร่วมเยี่ยมชมกิจกรรมโครงการ “ปาท่องโก๋” ณ จังหวัดเชียงราย ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อหยิบยื่นโอกาสแด่ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ด้วยกองทุนกู้ยืมระยะสั้นดอกเบี้ยต่ำเพื่อการดำรง-ชีพ เพื่อให้ผู้ติดเชื้อฯ มีรายได้ที่มั่นคง และพึ่งพาตนเองได้ โดยให้จับคู่ร่วมกันกู้กับผู้มีสุขภาพดี เพื่อสร้างให้เกิดทัศนคติที่ดี และลดความรังเกียจ จากผู้คนในชุมชน โดยโครงการปาท่องโก๋ที่เชียงรายถือเป็น “ต้นแบบ” ของการสร้างความยั่งยืนให้กับกองทุน ของโครงการฯ ด้วยการนำเงินไปฝากเพื่อการลงทุนกับ “ธนาคาร-พัฒนาหมู่บ้าน” โดยมีการปันผลและ เงินหมุนเวียนกลับคืนมายังกองทุน เพื่อประโยชน์ของสมาชิกในพื้นที่ต่อไป
 


ปีนี้เป็นปีที่ 6 ของโครงการ มีสมาชิก 624 คู่ (1,248 คน) อนุมัติวงเงินกู้ รวมแล้วกว่า 28,954,500 ล้านบาท โดยมีอัตราการคืนเงินกู้ ในอัตราสูงถึง 90% ดร. สายสุรี จุติกุล กรรมการ มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทยซึ่งได้ให้เกียรติ ร่วมเดินทางไปกับคณะสื่อมวลชนด้วยในครั้งนี้ กล่าวว่า “มูลนิธิไฟเซอร์ ประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนโครงการปาท่องโก๋ ร่วมกับ PDA นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 เพื่อมอบเงินทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำเพื่อการดำรงชีพ สำหรับสมาชิกผู้ติดเชื้อเอชไอวีและ คู่กู้ รวมถึงให้กำลังใจและโอกาสใน การหาเลี้ยงชีพ เพื่อให้สามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้ นอกจากนี้ เรายังรณรงค์สร้างการยอมรับ ความเห็นอกเห็นใจ และเผยแพร่ ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเอดส์ เพื่อลดการรังเกียจ ที่สังคม แวดล้อมมีต่อผู้ติดเชื้อฯ ซึ่งที่ผ่านมานับว่าได้รับการตอบรับที่ดีจาก ผู้คนในสังคม”
 

“การดำเนินงานโครงการปาท่องโก๋ ในระยะที่ 1ระหว่างปี2547–49 เราได้ช่วยให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถพึ่งพา ตนเองได้ในด้านเศรษฐกิจ ควบคู่กับการสร้างการยอมรับ จากสังคมรอบข้าง โครงการระยะที่ 2 ระหว่างปี 2550 เราให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของผู้คนในชุมชน และโครงการในปี 2552 นี้ เราส่งเสริมให้สมาชิกสามารถ ช่วยเหลือตนเองได้อย่างยั่งยืน สามารถดูแลสมาชิกภาย ในกลุ่มกันเองได้อย่างเข้มแข็ง รวมถึงสร้างสรรค์ประโยชน์ ต่อสังคมแวดล้อม โดยการนำเงินกองทุนโครงการปาท่องโก๋ ของพื้นที่ ไปสร้างการงอกเงย ด้วยการนำไปฝากเพื่อ การลงทุนกับธนาคารพัฒนาหมู่บ้าน” ดร. สายสุรี กล่าว
 
“ธนาคารพัฒนาหมู่บ้าน” เปรียบได้กับสถาบันการเงินของที่สมาชิกในชุมชน ที่นำเงินมาออมร่วมกัน และปล่อย เงินกู้ให้กับสมาชิกที่ต้องการในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เงินที่ออมจะหมุนเวียนสร้างประโยชน์ให้กับสมาชิก ในชุมชน และเมื่อครบปีสมาชิกธนาคารจะได้รับเงินปันผลตามอัตราส่วนที่ตนเองฝากไว้ ทั้งจากดอกเบี้ยเงินฝากและจาก หุ้นเงินกู้ นอกจากนั้น สมาชิกยังจะได้รับประโยชน์อื่นๆจากกองทุนต่างๆ ของธนาคาร ในรูปแบบสวัสดิการ ต่างๆ เช่น ทุนการศึกษาบุตรหลานของสมาชิก จัดซื้อเสื้อกันหนาวและผ้าห่มในยามจำเป็น เป็นเงินช่วยเหลือ ค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย เป็นต้น การบริหารกองทุนของโครงการปาท่องโก๋ จังหวัดเชียงราย ด้วยการนำไปฝาก และลงทุนในธนาคารพัฒนา-หมู่บ้าน (บ้านสันกอง หมู่ 7 ตำบลแม่ไร่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย) ถือเป็น ต้นแบบและแนวทางสำคัญของการพึ่งพาตนเองในอนาคต เพื่อให้การบริหารกองทุนปาท่องโก๋ในพื้นที่อื่นๆ ได้ดำเนินตาม ทั้งนี้ เพื่อให้กองทุนสามารถเลี้ยงตัวเองและให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกปาท่องโก๋ได้อย่างยั่งยืน

 

นางดวงใจ ปันโต๊ะ ผู้ดูแลกิจการโรงงานกระเป๋า กล่าวถึงการให้โอกาสในการทำงานแก่ผู้ติดเชื้อเอชไอวีว่า “การให้โอกาสกับผู้ติดเชื้อถือเป็นเรื่องสำคัญ ดิฉันเชื่อว่าการเปิดใจกว้างให้การยอมรับ ไม่เลือกปฏิบัติและ ไม่รังเกียจ ถือเป็นกำลัง
ใจสำคัญที่ทำให้พวกเขารู้จักคุณค่าของการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย ในฐานะที่ดิฉัน ทำงานกับผู้ติดเชื้อ พวกเขามีความตั้งใจทำงานอย่างเป็นอย่างมาก หลายๆ คนมีทักษะการทำงานที่โดดเด่น กว่าพนักงานทั่วไป เมื่อพวกเขามีรายได้ ก็สามารถดูแลตัวเองได้ ไม่เป็นภาระสังคม”


นางอ้อย (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี สมาชิกโครงการปาท่องโก๋ ผู้ประกอบอาชีพรับจ้างในโรงงานเย็บกระเป๋า กล่าวว่า “เมื่อตอนที่ทราบว่าตนติดเชื้อเอชไอวีมาจากสามี ดิฉันรู้สึก สิ้นหวังและไม่อยากมีชีวิตอยู่ ยิ่งต่อมาสามีเสียชีวิตลงตนเอง ก็ยิ่งท้อแท้ใจ ชีวิตขาดที่พึ่ง ตนเองไม่ใช่คนไทย แถมยัง ไม่มีความรู้ จึงไม่มีงานทำ ที่ยังสู้ต่อก็เพราะสงสารลูก เลยสู้ ต่อไป และไปขอรับจ้างทำงานทุกๆ อย่างเท่าที่จำสามารถทำได้ แต่ก็แทบไม่มีใครให้งานทำ จนมาพบกับพี่ดวงใจซึ่งให้โอกาส ทำงานในโรงงานเย็บกระเป๋า ขณะเดียวกันก็ได้เข้าร่วม โครงการปาท่องโก๋ ได้รับเงินกู้เพื่อการยังชีพ ทำให้มีเงินดูแลลูก ทั้ง 2 คนและญาติอีก 2 คนของสามีซึ่งเจ็บป่วยได้ รวมถึงได้เข้า กลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อนๆ สมาชิก ทำให้รู้สึกมี กำลังใจและมีความหวังที่จะสู้ต่อไป”
 
ปัจจุบัน (กันยายน 2552) มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้นจำนวน 624 คู่ปาท่องโก๋ หรือ 1,248 คน และอนุมัติเงินกู้ แล้วเป็นวงเงินรวมทั้งสิ้น 28,954,500 ล้านบาท มีอัตราการคืนเงินกู้ที่ 90% โดยวงเงินที่ให้กู้จะแตกต่างกัน ไปขึ้นอยู่กับโครงการที่นำเสนอ ซึ่งมีตั้งแต่ 5,000–12,000 บาท และผู้กู้สามารถทยอยคืนเงินกู้ด้วยดอกเบี้ยใน อัตราเพียง 6% ต่อปี ระยะเวลาให้กู้ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทของอาชีพ
 

โครงการปาท่องโก๋เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำให้สังคม รอบข้างยอมรับผู้ติดเชื้อ นอกจากจะประสบความสำเร็จ ในการช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ติดเชื้อดีขึ้นแล้ว การทำงานร่วมกันระหว่างสมาชิกของโครงการปาท่องโก๋ กับชุมชนและเครือข่ายการทำงานระดับท้องถิ่น อาทิ เจ้าหน้าที่ของสมาคมพัฒนา-ประชากรและชุมชน เจ้าหน้าที่อบต. กลุ่มอสม. แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข ยังก่อให้เกิดการรณรงค์เชิงรุกเพื่อลด จำนวนผู้ติดเชื้อหน้าใหม่อย่างมีประสิทธิภาพและ สัมฤทธิ์ผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น