Skip directly to content

ส่งเสริมสุขภาพ

 เพราะเราเห็นความสำคัญของร่างกายและจิตใจที่มนุษย์ทุกคนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข ดังนั้นเราจึงมอบโอกาสด้านส่งเสริมสุขภาพทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ
 
            โครงการและกิจกรรมช่วยเหลือสังคมของเราในด้านนี้ แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ ความรู้-ความเข้าใจเรื่องสุขภาพ และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
 
            ความรู้-ความเข้าใจเรื่องสุขภาพ        
 
            นอกเหนือจากการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้เรื่องสุขภาพภายใต้หัวข้อโรคต่างๆ แก่ประชาชนแล้ว  มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทยและมูลนิธิไฟเซอร์ ณ กรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ยังได้เป็นผู้สนับสนุนการอบรมให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ภายใต้ “โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง” (Global Health Partnership – Thailand Cancer Control) โดยความร่วมมือของสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society)
 
            นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังสนับสนุนการจัดตั้งห้องสมุดอิเล็คทรอนิก ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลราชวิถี  เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรคโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ห้องสมุดดังกล่าวยังเป็นแหล่งค้นคว้าข้อมูล วารสารและรายงานทางการแพทย์ให้ผู้ประกอบอาชีพทางการแพทย์ได้ศึกษาค้นคว้าเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงวิชาการและในอาชีพการงานด้วย
 
          ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
 
            มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย ได้บริจาคเวชภัณฑ์เพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น ในปีที่เกิดภัยพิบัติสึนามิ เราได้บริจาคเงินกว่า 400 ล้านบาท บริจาคยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์อีกกว่า 2 พันล้านบาท ผ่านองค์กรการกุศลและหน่วยกู้ภัยต่างๆ โดยการสนับสนุนของมูลนิธิไฟเซอร์ ในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้เรายังได้มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนที่ยากจนเนื่องจากผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิ และได้ร่วมมือกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพจิตสำหรับผู้ประสบภัยสึนามิ ในจังหวัดพังงา รวมระยะเวลาดำเนินการสองปี เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจหลังเหตุการณ์รุนแรงได้ผ่านพ้นไป
 
            นอกจากนี้เรายังให้การสนับสนุน บ้าน “เฮือนฮัก” (Home of Love) ที่ซึ่งสมาชิกครอบครัวและเด็กที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังได้มีโอกาสอยู่ร่วมกันตั้งแต่ช่วงเตรียมการรักษา ระหว่างการรักษา ไปจนกระทั่งช่วงฟื้นฟูร่างกายหลังการรักษา ส่งผลดีทั้งทางร่างกายและจิตใจต่อผู้ป่วยเด็ก ซึ่งถือเป็นการรักษาแบบองค์รวม (Holistic Approach)
 
            “เฮือนฮัก” ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งบ้านพักดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยเด็กและครอบครัวที่ต้องเดินทางไกลเพื่อมารับการรักษา
 
 
โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง
 
            มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทยและมูลนิธิไฟเซอร์ ณ กรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ได้สนับสนุนการอบรมให้ความรู้เรื่องการรักษาโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง (Global Health Partnership – Thailand Cancer Control) ซึ่งใช้งบประมาณทั้งสิ้น 21 ล้านบาท โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society) ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการวางแผนจัดการอบรมให้กับบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครผู้ช่วยดูแลผู้ป่วย โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2551-2554 ผ่านองค์กรทางการแพทย์ที่ให้การรักษาโรคมะเร็ง 5 แห่งในประเทศไทย ได้แก่  
 
            1) มูลนิธิมิตรภาพบำบัด
 
            2) ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
 
            3) สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
 
            4) มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย  
 
            5) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
 
            การอบรมเรื่องรักษาโรคมะเร็งและดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง เป็นประโยชน์ต่อการจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งตามสถานพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล โดยอาสาสมัครเหล่านี้ได้รับความรู้เพียงพอที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีฐานะยากจนในชนบท  การมีอาสาสมัครดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนพยาบาลในถิ่นทุรกันดาร แต่ยังช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในชุมชนให้แน่นแฟ้น ยิ่งขึ้นอีกด้วย
 
 
บ้านพักสำหรับผู้ป่วยเด็กโรคเรื้อรังและครอบครัว
 
            มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุน บ้าน “เฮือนฮัก” (Home of Love) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักที่คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมนักศึกษาแพทย์
 
            บ้านพักดังกล่าว เอื้อให้ผู้ป่วยเด็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ได้มีโอกาสพักอยู่กับครอบครัวระหว่างรับการรักษาซึ่งมีระยะเวลานาน ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น  ครอบครัวของผู้ป่วยเด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่มีรายได้น้อยและต้องเดินทางไกลเพื่อพาลูกมารับการรักษาที่โรงพยาบาล 
 
            “เฮือนฮัก” มีการบริหารจัดการแบบองค์รวม (Holistic Approach) ซึ่งให้ความสำคัญทั้งกับสุขภาพกายและสุขภาพจิต เป็นบ้านพักในสถานพยาบาลที่เรียบง่าย สะอาด ปลอดภัย ให้ผู้ป่วยเด็กและครอบครัวรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ที่บ้าน อีกทั้งเอื้อต่อความจำเป็นด้านสุขภาพร่างกาย สังคม ความรู้สึกและกำลังใจของคนไข้