Skip directly to content

มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย เปิดค่าย “เรียนเล่นเห็นชีวิต” เดินหน้าพัฒนาทักษะชีวิตเยาวชนสตูลต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย เปิดค่าย “เรียนเล่นเห็นชีวิต” เดินหน้าพัฒนาทักษะชีวิตเยาวชนสตูลต่อเนื่องเป็นปีที่ 4


มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ เดินหน้าดำเนินโครงการพัฒนาทักษะการอ่านและทักษะชีวิตที่จำเป็นของเยาวชนในจังหวัดสตูลอย่างต่อเนื่อง โดยจัด "ค่ายพัฒนาทักษะชีวิต" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ขึ้นเป็นครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 9-11 ตุลาคม 2558 ณ ไร่ปรีดาโฮมสเตย์ จังหวัดกระบี่ภายใต้ชื่อค่าย “เรียน-เล่น-เห็นชีวิต” ชูเนื้อหาหลักในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพและทักษะชีวิต อย่างก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสิ่งรอบตัว หวังสร้างพัฒนาการให้เยาวชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดศักยภาพสู่คุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปอย่างยั่งยืน


น.ส.ศิริวรรณ  ชื่นชมสกุล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทยกล่าวว่า มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญและสนใจงานพัฒนาเด็กในพื้นที่มุสลิม โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดสตูล หลังจากการช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบธรณีพิบัติภัยสึนามิในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา จนปิดโครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงเดินหน้าสนับสนุนมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยให้ดำเนินโครงการพัฒนาทักษะการอ่านและทักษะชีวิตที่จำเป็นของเยาวชน(Reading and Essential Life Skill Development Project) ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา โดยจะสิ้นสุดโครงการในปี 2560
“จากข้อมูลของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ที่ได้ศึกษาประชากรในพื้นที่จังหวัดสตูล พบว่าปัญหาหลักของเด็กช่วงอายุ 6-12 ปี คือขาดทักษะการอ่านภาษาไทยอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย โดยเฉพาะในส่วนของการคิดวิเคราะห์ การสรุป
ใจความสำคัญ รวมไปถึงการพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็นในเรื่องของการคิดเชิงวิพากษ์ การสื่อสาร การจัดการอารมณ์ตนเอง การสร้างความสัมพันธ์และการรับผิดชอบต่อสังคม โครงการพัฒนาทักษะการอ่านและทักษะชีวิตที่จำเป็นสำหรับเด็กนี้ จึงมุ่งเสริมสร้างให้เด็กมีการพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็นตามช่วงวัย มีความตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น สามารถคิดวิเคราะห์ตัดสินใจและแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ ทั้งยังสามารถสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่นได้ นอกจากนี้โครงการยังส่งเสริมให้เด็กนำทักษะความรู้ที่ได้ มาฝึกฝนกระบวนการคิดวิเคราะห์ คิดไตร่ตรอง และคิดหาเหตุผล รู้จักแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาไทยให้ดีขึ้น สามารถอ่านภาษาไทยได้ถูกต้องและเหมาะสมตามช่วงวัย”

สำหรับกลุ่มเป้าหมายในการเข้าร่วมโครงการคือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-4 จาก โรงเรียนบ้านตูแตหรำ จำนวน 57 คน และโรงเรียนบ้านปิใหญ่ จำนวน 81 คนรวม 138 คน (จำนวนเมื่อเริ่มโครงการ) โดยคณะทำงานได้มีการติดตามผลหลังจากเข้าร่วมกิจกรรมของนักเรียนทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านความสามารถในการอ่าน พฤติกรรมที่ส่งผลต่อการอ่าน ทักษะชีวิตที่ได้จากการเรียนรู้กิจกรรมต่างๆ รวมไปถึงการตอบสนองและแรงกระตุ้นของเด็กที่เข้าร่วมกิจกรรม  เพื่อประเมินผลและนำไปพัฒนากิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในครั้งต่อไป
“จากการดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง และมีการประเมินผลการดำเนินงานมาเป็นลำดับ พบว่าเด็กๆ มีพัฒนาการและศักยภาพที่สูงขึ้น อาทิ จากการสังเกตพฤติกรรมภายในค่ายทักษะชีวิตครั้งที่ผ่านๆ มา เด็กๆ สามารถอยู่ร่วมกับเพื่อนต่างชั้นและต่างโรงเรียนได้ สามารถปฏิบัติตามกฎ กติกา ที่ตกลงร่วมกันได้ ส่วนด้านความสามารถในการพัฒนาการอ่าน พบว่าภายหลังจากดำเนินโครงการแล้ว มีเด็กที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยการจับกลุ่มกันอ่านหนังสือในห้องเรียนและห้องสมุดเพิ่มขึ้นถึง 65% สูงขึ้นจากเดิมซึ่งมีอยู่เพียง 43% นอกจากนี้ ยังมีตัวเลขที่ชี้วัดถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นของพฤติกรรมการอ่านที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น ไม่อ่านเสียงดังรบกวนผู้อื่น ไม่เล่นกันขณะที่อ่าน  ไม่ฉีก พับ  ขีด หรือเขียนในหนังสือ ไม่แย่งอ่านหรือชะโงกหน้าไปอ่านขณะที่ผู้อื่นกำลังอ่านอยู่  รวมทั้งจับหนังสืออย่างถูกต้อง ซึ่งนับว่าเป็นแนวโน้มพัฒนาการที่ดีของเยาวชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่จังหวัดสตูล จึงเชื่อมั่นว่ากิจกรรมในค่ายพัฒนาทักษะชีวิตครั้งที่ 4 นี้ จะช่วยต่อยอดและส่งเสริมพัฒนาการด้านการเรียนรู้ของเยาวชนในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นอย่างยั่งยืน” น.ส.ศิริวรรณ กล่าวเพิ่มเติม 

สำหรับค่ายพัฒนาทักษะชีวิต ครั้งที่ 4 ภายใต้ชื่อ “เรียนเล่นเห็นชีวิต” ครั้งนี้ เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นนักเรียนกลุ่มเดิมตั้งแต่เริ่มโครงการ จึงอยู่ในระดับชั้น ป.4-ป.6 โดยเนื้อหาที่นำมาใช้เป็นแกนหลักในการออกแบบกิจกรรม คือ การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมรอบตัวและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น กิจกรรมทั้ง 8 ฐาน จึงมีเนื้อหาที่ช่วยพัฒนาทักษะด้านต่างๆ อาทิ ทักษะการใช้สติแก้ปัญหา
เฉพาะหน้า เสริมสร้างความอดทนอดกลั้น ปลูกฝังการใช้สื่อเทคโนโลยีอย่างถูกต้องเหมาะสม มีวิจารณญาณ ใคร่ครวญต่อสิ่งเร้าต่างๆ รอบตัว และส่งเสริมให้เด็กใช้เวลาร่วมกับเพื่อนๆ สร้างสายสัมพันธ์และความสามัคคีในหมู่คณะ เป็นต้น

นอกจากกิจกรรมฐานต่างๆ แล้ว มูลนิธิฯ ได้เชิญวิทยากรไปร่วมให้ความรู้และเปิดโลกทัศน์แก่เยาวชนในแง่มุมต่างๆ ได้แก่ ครูชีวัน  วิสาสะ นักสร้างสรรค์หนังสือภาพสำหรับเด็กและนักเล่านิทาน ที่มาร่วมแต่งแต้มรอยยิ้มในกิจกรรม “นิทานสานความคิด” เพื่อปลูกฝังอุปนิสัยรักการอ่าน พร้อมทั้งมอบแง่คิดการใช้ชีวิตผ่านหนังสือนิทาน และ พี่เบิร์ด ณัชฐพงศ์  มูฮำหมัด ผู้ประกาศข่าวจากช่อง 7 สี ที่นำประสบการณ์การเป็นผู้ประกาศข่าวทั้งในสตูดิโอและการรายงานข่าวภาคสนาม มาแบ่งปันเทคนิคการสื่อสารด้วยการพูดที่ดีและสร้างสรรค์ ในกิจกรรม “เล่นเพลิน เชิญฟัง” เพื่อให้เยาวชนได้นำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนและชีวิตประจำวันต่อไป

มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการพัฒนาทักษะการอ่านและทักษะชีวิตที่จำเป็นของเด็กจะมีส่วนช่วยให้เยาวชนกลุ่มเป้าหมายเติบโตเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพ และนำความรู้ที่ได้รับเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ต่อยอด จนเกิดผลที่ดีต่อตัวเองและสังคมอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต