Skip directly to content

นำชมความสำเร็จ “โครงการปาท่องโก๋” ณ จ. เชียงใหม่

นำชมความสำเร็จ “โครงการปาท่องโก๋” ณ จ. เชียงใหม่

มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน เชิญตัวแทนสื่อมวลชนไทยร่วมเดินทางยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมชมกิจกรรม โครงการ “ปาท่องโก๋” ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อหยิบยื่นโอกาสแด่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เพื่อให้มีรายได้และอาชีพที่มั่นคง สามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างยั่งยืน มีทัศนคติที่ดีในการดำรงชีวิต และบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ด้วยกองทุนกู้ยืมและการสนับสนุนที่จำเป็นต่างๆ รวมถึงการรณรงค์ให้ผู้คนในสังคมยอมรับและเปิดโอกาสให้กับผู้ติดเชื้อฯ ซึ่งปีนี้นับเป็นปีที่ 5 ของโครงการ
 
นายมนู สว่างแจ้ง รองประธาน มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย กล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ก็คือกำลังใจและโอกาสในการหาเลี้ยงชีพ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิต ดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างเป็นปกติสุข มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทยเห็นถึงความจำเป็นดังกล่าว จึงได้เข้ามาให้การสนับสนุนและดำเนินโครงการปาท่องโก๋ ร่วมกับสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน นับตั้งแต่ปี 2547 เพื่อมอบเงินทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำเพื่อการดำรงชีพสำหรับสมาชิกผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ในโครงการที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อสร้างการยอมรับ ความเข้าใจเห็นอกเห็นใจที่สังคมแวดล้อมมีต่อผู้ติดเชื้อฯ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าโอกาสในการประกอบสัมมาอาชีพเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างเป็นปกติ ตลอดระยะเวลาที่เราดำเนินโครงการมา นับว่าได้รับการตอบรับที่น่าพอใจจากผู้คนในสังคม”
 
อาจารย์ประวีณ พยับวิภาพงศ์ รองผู้อำนวยการ สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน กล่าวว่า “การติดเชื้อ-เอชไอวี/เอดส์ถือเป็นข่าวร้ายและรุนแรงต่อความรู้สึกของผู้ติดเชื้อและบุคคลใกล้ชิดอย่างมาก การได้รับการยอมรับจากผู้คนในชุมชนและสังคมถือเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ผู้ติดเชื้อสามารถประกอบอาชีพเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้นั้นถือเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญที่สุด โครงการ-ปาท่องโก๋ ซึ่งมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทยดำเนินการร่วมกับเรา ได้สร้างความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ต่อชีวิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่องชื่นชมยิ่ง”
 
แพทย์หญิงอรนุช กล่าวเสริมว่า “การดำเนินงานโครงการ ‘ปาท่องโก๋’ ในระยะที่ 1 ระหว่างปี 2547 - 2549 เราได้ช่วยให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์สามารถพึ่งพาตนเองได้ในด้านเศรษฐกิจ และรณรงค์สร้างการยอมรับจากสังคมรอบข้าง สำหรับการดำเนินโครงการในระยะที่ 2 ในปี 2550 เราให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของผู้คนในชุมชน และระยะที่ 3 ในปีนี้ คือการส่งเสริมให้สมาชิกสามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างยั่งยืน สามารถดูแลกลุ่มสมาชิกด้วยกันเองและสังคมแวดล้อมได้อย่างเข้มแข็ง มูลนิธิไฟเซอร์ฯ ส่งเสริมให้ผู้คนในสังคมเปิดใจยอมรับผู้ติดเชื้อฯ ไม่รังเกียจเดียดฉันท์ ให้โอกาสในการประกอบอาชีพ และกำลังใจต่างๆ เพื่อมอบโอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่พึงจะมีจะเป็นได้กับผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์และครอบครัว ซึ่งจะช่วยลดภาระสังคม และภาระของชาติในระยะยาว”

นางตุ้ย (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี สมาชิกโครงการปาท่องโก๋ และประธานกลุ่มเครือข่ายผู้ติดเชื้อ สันกำแพงรวมใจ อ. สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งติดเชื้อเอชไอวีจากสามี (เสียชีวิตแล้ว) เมื่อ พ.ศ. 2539 และมีบุตร 1 คนที่ไม่ติดเชื้อ คุณตุ้ยเริ่มรับประทานยาต้านเชื้อเมื่อปี 2550 ปัจจุบันใช้ชีวิตคู่กับสามีใหม่ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อเช่นเดียวกัน สุขภาพของคุณตุ้ยปัจจุบันยังคงแข็งแรงดี คุณตุ้ยกล่าวว่า “นับตั้งแต่ได้เป็นสมาชิกโครงการปาท่องโก๋ชีวิตก็เริ่มดีขึ้น จากที่สิ้นหวังอับจนหนทาง ก็กลับมามีความสุขและมั่นคงขึ้น ทั้งในด้านครอบครัวและอาชีพ สามารถเย็บผ้าและมีรายได้ประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน รู้สึกภาคภูมิใจและดีใจเป็นอย่างมากที่สามารถหาเลี้ยงตนเองและลูกได้ อีกทั้งยังได้รับเลือกเป็นประธานกลุ่มปาท่องโก๋สันกำแพงรวมใจ ทำให้มีโอกาสช่วยเหลือเพื่อนๆ สมาชิกผู้ติดเชื้อและผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงปกติได้อีกด้วย”
 
โครงการ “ปาท่องโก๋” เป็นโครงการที่ มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย และไฟเซอร์ อิงค์ ริเริ่มและจัดทำร่วมกับ สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2547 ถึงปัจจุบัน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ โดยเป็นแนวคิดใหม่ในการให้เงินกู้ยืมแก่ผู้ติดเชื้อฯ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ที่สนใจประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจขนาดเล็กร่วมกับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง (ไม่ได้ติดเชื้อ) แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อช่วยกันสร้างงานและอาชีพที่ทำให้มีฐานะทางการเงินที่ยั่งยืนเพียงพอในการ-ดำรงชีพ และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างเต็มภาคภูมิ รวมถึงสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคมเกี่ยวกับโรคเอดส์และการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นปกติสุขกับผู้ติดเชื้อฯ
 
 
 
 
 
ปัจจุบัน โครงการ “ปาท่องโก๋” มีสมาชิก 494 คู่ (988 คน) ปัจจุบันอนุมัติวงเงินกู้แล้วกว่า 23.9 ล้านบาท (ระหว่างเดือนมกราคม 2547 ถึง เดือนมิถุนายน 2550) มีอัตราการคืนเงินกู้ที่ 91% โดยวงเงินที่ให้กู้จะขึ้นอยู่กับโครงการที่สมาชิกแต่ละคู่นำเสนอตั้งแต่ 5,000 – 30,000 บาท ผู้กู้สามารถทยอยคืนเงินกู้ และเสียดอกเบี้ยในอัตราเพียง 6% ต่อปี ระยะเวลาในการกู้ตั้งแต่ 6 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทของอาชีพ นอกจากนี้ ยังมีการจัดอบรมด้านอาชีพ ให้คำแนะนำและอบรมให้ความรู้เรื่องเอดส์กับผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง