Skip directly to content

ต้อหิน

ต้อหิน คือ กลุ่มโรคของดวงตา ซึ่งมีภาวะการทำลายของเส้นประสาทตาจากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุที่สำคัญที่สุดคือการมีความดันลูกตาสูง ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน หรือค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ขึ้นกับชนิดของต้อหิน แล้วมีผลให้ลานสายตาแคบลงเรื่อยๆ หรือแม้กระทั่งสูญเสียการมองเห็นไปในที่สุด ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที นอกจากนี้ แม้ว่าคนที่เป็นต้อหินจะได้รับ การรักษา จนความดัน ลูกตาลดลงมาเป็นปกติ แต่สายตาที่เสียไปแล้วจากโรคต้อหินก็จะไม่สามารถแก้ไขให้กลับคืนดีดังเดิมได้ปกติ แต่สายตาที่เสียไปแล้วจากโรคต้อหินก็จะไม่สามารถแก้ไขให้กลับคืนดีดังเดิมได้

ชนิดของต้อหิน
แบ่งได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ

1. โรคต้อหินชนิดมุมเปิด เป็นต้อหินชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจาก การตีบหรืออุดตันของรูระบายน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา ซึ่งทำหน้าที่นำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆภายในลูกตา ทำให้อัตราการไหลออกของน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา น้อยกว่าอัตราการสร้าง ระดับความดันภายในลูกตาจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างช้าๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เป็นผลให้เส้นประสาทตาถูกทำลายทีละน้อย จนในที่สุดทำให้สูญเสียการมองเห็นได้

ผู้ที่เป็นต้อหินชนิดมุมเปิดในระยะแรกมักจะยังไม่มีอาการผิดปกติเลย แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี อาจเริ่มสังเกตได้ว่าลานสายตาของตนเองค่อยๆแคบลง กล่าวคือ แม้ว่าจะยังมองเห็นวัตถุตรงหน้าได้ชัดเจนดี แต่จะมองไม่เห็นวัตถุที่อยู่ทางด้านข้าง และเมื่อเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ลานสายตาก็จะค่อยๆแคบลง และบอดไปในที่สุด ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงเป็นการยากที่คนส่วนใหญ่จะรู้ตัวได้ และกว่าจะเริ่มรู้ตัวว่าตามัว ก็ช้าเกินไปสำหรับการรักษาให้ได้ผลดี

2. โรคต้อหินชนิดมุมปิด พบได้บ่อยพอสมควรในคนเอเชีย ในกรณีนี้ บริเวณมุมของช่องด้านหน้าลูกตาจะปิดแคบอย่างมาก เนื่องจากเนื้อเยื่อม่านตาไปบังตรงบริเวณรูระบายน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา จึงขัดขวางการไหลออกอย่างเฉียบพลัน ทำให้ระดับความดันในลูกตาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้รู้สึกปวดตา หรือบางรายมีอาการปวดศีรษะด้านเดียวกันร่วมด้วย มีตามัวเป็นบางครั้ง อาจมองเห็นสีรุ้งรอบดวงไฟ จากนั้นจะรู้สึกมืดลง จนบางรายอาจตาบอดภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง ทันท่วงที

 

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดต้อหิน

1. อายุมากกว่า 45 ปี 
2. เป็นโรคเบาหวาน 
3. สายตาสั้นมาก หรือยาวมาก 
4. มีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อหิน 
5. เป็นโรคดวงตาบางชนิด เช่น ภาวะดวงตาอักเสบเรื้อรัง 
6. ใช้ยาหยอดตากลุ่มสเตียรอยด์เป็นเวลานานๆ 
7. เคยได้รับอุบัติเหตุกระทบกระแทกบริเวณดวงตา 
8. เคยรับการผ่าตัดบางชนิดที่ดวงตา

การรักษา
เป้าหมายสำคัญของการรักษาต้อหินคือ ถนอมประสาทตา ลานสายตา และประสิทธิภาพในการมองเห็นเท่าที่มีอยู่ ไม่ให้เสียหายเพิ่มขึ้น

1. การใช้ยา
เป็นวิธีที่ได้ผลดี และนิยมมากที่สุด มีทั้งยาหยอดตาและยารับประทาน ซึ่งออกฤทธิ์ลดความดันลูกตาได้ โดยไปลดการสร้างน้ำ หล่อเลี้ยง ลูกตา หรืออาจช่วยเพิ่มอัตราการไหลออกจากตา

2. การฉายเลเซอร์
จักษุแพทย์จะใช้ลำแสงเลเซอร์ฉายไปรวมกันเป็นจุดที่บริเวณที่ต้องการรักษา ทำให้น้ำ หล่อเลี้ยง ลูกตาไหลออกได้สะดวกขึ้น ระดับความดันในลูกตาจึงลดลง อย่างไรก็ดี ในผู้ป่วยบางราย การฉายเลเซอร์อาจจะไม่เพียงพอ ทำให้ยังจำเป็นต้องใช้ยาร่วมด้วย หรือแม้กระทั่งต้องได้รับการผ่าตัด

3. การผ่าตัด
เป็นการผ่าตัดเพื่อช่วยเปิดทางใหม่ให้น้ำ หล่อเลี้ยง ลูกตาไหลออกจากตาได้อย่างสะดวก มักจะทำในผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมโรคต้อหินได้โดยการรักษาวิธีอื่นๆ ประสิทธิภาพในการลดความดันลูกตานี้ อาจลดน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อได้รับการผ่าตัดผ่านไปเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นผู้ป่วยทุกรายที่ได้รับการผ่าตัดรักษาโรคต้อหินแล้ว ยังจำเป็นต้องได้รับการดูแลโดยต่อเนื่องจากจักษุแพทย์

ข้อพึงปฏิบัติเมื่อเป็นต้อหิน

  • ใช้ยาหยอดตาและรับประทานยาตามคำแนะนำของจักษุแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • ไปตรวจตามนัด เพราะผู้ที่เป็นต้อหินจำเป็นต้องได้รับการตรวจเป็นระยะ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของโรค และอาจต้องได้รับการปรับเปลี่ยนยา หรือวิธีการรักษา ตามความเหมาะสมของแต่ละราย