ไฟเซอร์ได้เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2501   ปัจจุบันไฟเซอร์ (ประเทศไทย) มีพนักงานจำนวนทั้งสิ้น 468 คน ซึ่งประกอบไปด้วยฝ่ายขาย การตลาด การแพทย์ ทรัพยากรบุคคล เทคโนโลยีธุรกิจสัมพันธ์ องค์กรสัมพันธ์ และการเงิน นอกจากนี้เรายังมีธุรกิจ ในเครืออีกมากมายอาทิ กลุ่มเวชภัณฑ์สัตว์  บริษัท แคปซูลเจล และบริษัทอดัมส์ 
 
 
ไฟเซอร์ถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้านยาระดับโลก โดยในปี พ.ศ. 2549 จากรายงานการจัดอันดับบริษัทที่ลงทุนในการวิจัยและพัฒนาของโลก (อาร์แอนด์ดี สกอร์บอร์ด) ไฟเซอร์คือบริษัทที่ลงทุนในการวิจัยและพัฒนาสูงที่สุดในโลก ด้วยงบวิจัยฯ กว่า 3,883 ล้านปอนด์ หรือ 2.6 แสนล้านบาท  สำหรับ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) เราได้ชื่อว่าเป็นบริษัทเวชภัณฑ์ที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในประเทศ และในปี พ.ศ. 2551 นี้ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบรอบ 50 ปี
 
ในฐานะที่เป็นบริษัทเวชภัณฑ์ที่มุ่งเน้นเรื่องการค้นคว้าและวิจัย เราจึงมีเวชภัณฑ์ยาในหลากหลายแขนง อาทิ ยาสำหรับการรักษาโรคหัวใจ ยาลดระดับโคเลสเตอรอล ยารักษาโรคระบบประสาทส่วนกลางและโรคลมชัก ยาปฏิชีวนะ และยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) นอกจากนี้ บริษัท ไฟเซอร์ อิงค์ ยังได้คิดค้นตัวยาใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับต่อสู้กับโรคร้าย และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่ต้องทุกข์ทรมานกับโรคมะเร็ง หรือผู้ป่วยจากโรคร้ายแรงอื่นๆ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเวชภัณฑ์ยาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน โดยตั้งใจที่จะนำเวชภัณฑ์ใหม่ๆ เหล่านี้มาสู่เมืองไทยต่อไป
 
นับจากอดีตสู่ปัจจุบัน บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) ไม่เพียงแต่จะนำนวัตกรรมด้านเวชภัณฑ์และยาที่มีคุณภาพ มาสู่คนไทย บริษัทฯ ยังได้เน้นการเข้าร่วมจัดโครงการและกิจกรรมในหลายรูปแบบ ที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตและสุขภาพดีรวมทั้งสนับสนุนการศึกษาด้านการแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งแพทย์และ ผู้ป่วยได้รับทราบถึงพัฒนาทางการแพทย์ที่ทันสมัย โดยกิจกรรมหลักจะเป็นการร่วมมือกับมูลนิธิและสมาคมต่างๆ อาทิ มูลนิธิโรคข้อ แห่งประเทศไทย สมาคมโรค เบาหวานแห่งประเทศไทย ศูนย์การศึกษาแพทย์ศาสตร์ต่อเนื่อง (CCME) และ การสัมมนาความคืบหน้าโรคติดเชื้อ ในประเทศไทย (TASID) อนึ่ง เรายังได้ร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาล แพทยสภา และหน่วยงานอื่นๆ ในวงการแพทย์และเภสัชกรรมจัดการการฝึกอบรมและสนับสนุนงานวิจัยทางการแพทย์ เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางการแพทย์ชั้นนำของเอเชีย
 
นอกจากนี้ไฟเซอร์ได้ก่อตั้งมูลนิธิไฟเซอร์ขึ้น เพื่อขยายกรอบความร่วมมือและการสนับสนุนไปสู่วงการแพทย์ของไทย ในฐานะองค์กรที่ไม่มุ่งหวังผลกำไร เราเน้นให้การสนับสนุนวงการแพทย์ไทย โดยอาศัยความรู้และความชำนาญที่เรามีอยู่ในการส่งเสริมงานด้านวิทยาศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และสาธารณสุขศาสตร์ ภารกิจหลักของมูลนิธิฯ คือการสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเยาวชนที่มีความสามารถแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมไปจนถึงการสนับสนุนทุนเพื่อการทำวิจัยทางการแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญที่เรามีอยู่ นอกจากนี้ มูลนิธิไฟเซอร์ยังเป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาเว็บไซต์ของศูนย์การศึกษาแพทย์ศาสตร์ต่อเนื่อง (CCME) ซึ่งจัดเตรียมแบบทดสอบออนไลน์ และเป็นแหล่งข้อมูลด้านวิทยาการทางการแพทย์และการรักษาสำหรับแพทย์ด้วย
 
ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการศึกษาวิจัยด้านการแพทย์และวิทยาศาตร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์และความแข็งแกร่งทางองค์ความรู้แก่วงการแพทย์ไทย และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ของคนไทยทุกคน
สำหรับคนทั่วไป แอล-ดี-แอลโคเลสเตอรอล ( LDL-Cholesterol) หรือไขมันชนิดร้าย ควรน้อยกว่า 160 มก./ดล. ส่วนเอช ดี แอล โคเลสเตอรอล ( HDL-Cholesterol) หรือไขมันชนิดดี ควรมากกว่า 40 มก./ดล. วันนี้คุณไปตรวจสุขภาพประจำปีแล้วหรือยัง ?
Copyright © 2006-2007 Pfizer (Thailand) Limited. All rights reserved. Privacy Policy | Term of use | Site map | Web links